กฎหมายว่าด้วยการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลกลายเป็นข้อจำกัดมากขึ้น ความเป็นส่วนตัวและการรักษาความปลอดภัยเป็นความรับผิดชอบของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการของหน่วยงานทางการแพทย์ หน่วยงานภาครัฐ หรือบรรษัทธรรมภิบาล การปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับต่อกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลจึงเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าที่เคยปฏิบัติมา
กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐอเมริการะบุว่า ในปีหนึ่งๆ การโจรกรรมความเป็นตัวบุคคลและการสูญเสียข้อมูลขององค์กรทำให้บริษัทต่างๆต้องเสียค่าใช้จ่ายหลายร้อยล้านดอลล่าร์
พรบ. การควบคุมและการส่งผ่านข้อมูลด้านการประกันสุขภาพ (HIPAA)
HIPAA ถูกตราขึ้นเพื่อคุ้มครองข้อมูลทางด้านสุขภาพและข้อมูลส่วนบุคคลให้คงอยู่เพียงแค่นั้น ไม่ว่าจะเป็นวิธีการใดในการติดต่อสื่อสาร
- กฎหมายว่าด้วยสิทธิความเป็นส่วนตัว เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2546
- กฎหมายดังกล่าวมีผลกระทบต่อบรรดาผู้ที่ส่งข้อมูลสุขภาพใดๆ ในการเชื่อมต่อกับการทำธุรกรรมที่เป็นมาตรฐาน
- แผ่นจอกรองแสงป้องกันการมองด้านข้างของ 3M™ เป็นทางออกปัญหาที่ใช้ต้นทุนต่ำต่อการเปิดเผยข้อมูลทางการแพทย์ทางคอมพิวเตอร์โดยไม่ได้ตั้งใจ
พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนตัว (Gramm-Leach-Bliley Act)
พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนตัวถูกตราขึ้นเพื่อให้เหล่าสถาบันการเงินกำหนดและดำเนินการมาตรการป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับการรักษาความปลอดภัย การรักษาความลับ และความสมบูรณ์ของข้อมูลลูกค้าส่วนบุคคล
- พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนตัว เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2546
- กฎหมายนี้ครอบคลุมถึงบริษัทและสถาบันที่เกี่ยวข้องกับ "กิจกรรมทางการเงิน"
- แผ่นจอกรองแสงป้องกันการมองด้านข้างของ 3เอ็ม มีต้นทุนที่ต่ำ ง่ายต่อการแก้ปัญหาต่อการเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้ตั้งใจ
พรบ.คุ้มครองอินเตอร์เน็ตสำหรับเด็ก (Children’s Internet Protection Act)
พรบ.ฉบับนี้ กำหนดให้ ห้องสมุด โรงเรียน และสถาบันเพื่อการสาธารณะอื่นๆ ที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากรัฐบาลกลางดำเนินการจัดหาเครื่องมือคัดกรองในการใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อปกป้องผู้เยาว์ซึ่งสถาบันต่างๆ ดังกล่าวอาจเสี่ยงต่อการขาดเงินทุนสนับสนุนได้ หากใช้เครื่องมือคัดกรองที่ขาดประสิทธิภาพในการเข้าถึงสื่อที่แสดงออกอย่างชัดเจนเกี่ยวกับเพศ สื่อลามกเด็ก หรือข้อมูลภาพที่ถือว่าเป็นอันตรายต่อผู้เยาว์
- พรบ.คุ้มครองอินเตอร์เน็ตสำหรับเด็ก มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2544
- สถาบันเพื่อการสาธารณะที่ให้บริการอินเตอร์เน็ตและได้รับเงินทุนสนับสนุนจากรัฐบาลกลางตาม E-rate program จะต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติฉบับนี้
- แผ่นจอกรองแสงป้องกันการมองด้านข้างของ 3M™ มีต้นทุนต่ำ ง่ายต่อการแก้ปัญหาเพื่อช่วยป้องกันไม่ให้ผู้อื่นมองเห็นข้อมูลที่อาจถูกตั้งเป็นประเด็นคำถามจากผู้สนับสนุน
พรบ. การจัดการความปลอดภัยด้านสารสนเทศของรัฐบาลกลาง (Federal Information Security Management)
พรบ. ฉบับนี้ (FISMA) เป็นส่วนหนึ่งของพระราชบัญญัติรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Act of 2002) ซึ่งถูกตราขึ้นด้วยหลายสาเหตุหลายประการ
- เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน
- เพื่อปรับปรุงความสามารถของรัฐบาลให้บรรลุเป้าหมายของหน่วยงาน
- เพื่อส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศให้พลเมืองของสหรัฐอเมริกามีส่วนร่วมเพิ่มขึ้น และ
- เพื่อเพิ่มการเข้าถึงข้อมูลและการบริการของภาครัฐ